Top 5 of Low Cost Camera

แนะนำกล้อง 5 รุ่น งบไม่เกิน 30,000 บาท

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ถึงแม้ว่าในปีนี้จะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทย แต่สภาวะปัจจุบันเราสามารถอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี มีการดูแลตัวเองตลอดเวลา คุ้นชินกับการใช้ชีวิตแบบ New Normal และ social distancing เรายังสามารถเดินทางไปทำงาน ไปเรียน ไปช็อปปิ้ง และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ ซึ่งถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว การถ่ายรูปสวย ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ หรือโพสโชว์เพื่อนๆ ลงในโซเชียลมีเดียเพื่ออวดความสวยงามของสถานที่ที่ได้เดินทางไป มีสถานที่ใหม่ๆ ที่ไหนบ้าง มีอาหารร้านดังร้านไหนน่าทานบ้าง ดังนั้น นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องเตรียมไปแล้ว “กล้องถ่ายรูป” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่มีกล้องประจำตัวคู่ใจ หรือกำลังลังเลว่าจะเลือกซื้อกล้องรุ่นไหนดี วันนี้ Allianz Assistance เรามีกล้องที่คุณภาพคุ้มเกินราคาในงบไม่เกิน 30,000 บาท เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหัดใช้งาน ไปจนถึงมือโปรที่ใช้กล้องเป็นอยู่แล้วมาให้เลือกดูกันทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้ค่ะ

1. FUJIFILM X-T200

FUJIFILM X-T200

กล้องรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นน้องเล็กแห่งตระกูล X series ของ Fujifilm ที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาฮิปสเตอร์ เป็นหนึ่งในกล้องที่เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือผู้เริ่มต้นใช้งาน มีฟังก์ชันที่ครบมาก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวิดีโอ หรือจะไลฟ์สด ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ถ้าจะพูดถึงราคา กล้องรุ่นนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20,000 กว่าบาทเท่านั้น โดยคุณสมบัติเด่นๆ ของกล้องจะมีดังนี้

• ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
• เซนเซอร์ APS-C CMOS
• ISO 200-12800
• จอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 2.76 ล้านพิกเซล
• ช่องมองภาพ EVF 0.39 นิ้ว ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล
• สามารถโฟกัสใบหน้าและดวงตาได้
• จุดโฟกัส Hybrid (Phase และ Contrast) 425 พิกเซล
• ความเร็วถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 8 ภาพ/วินาที
• สามารถถ่าย Video 4k 30p
• HDR Movie Mode แบบ Full HD
• 11 Film Simulation
• ขนาด 121×83.7×55.1 mm
• น้ำหนัก 370 กรัม

นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมีโหมด Portrait Enhancer ที่สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งเป็นโหมดที่สาวๆ ที่รักการถ่ายเซลฟีต้องชอบแน่นอน ถือได้ว่าเป็นกล้องที่เล็ก แต่คุณภาพและสเปคคุ้มค่ามากๆค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก: Zoomcamera

2. NIKON Z50

NIKON Z50

กล้อง mirrorless น้องเล็กของ Series Z ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึง ระดับมืออาชีพ ออกแบบให้น่าใช้งาน จับกระชับมือเป็นกล้องขนาดเล็กที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเร็ว ความสามารถหลัก คือ การถ่ายภาพด้วยความละเอียดถึง 21 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 11 ภาพต่อวินาทีเลยทีเดียว โดยมีระบบออโต้โฟกัสใบหน้าและดวงตาที่มีความแม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียด 4k อีกด้วยค่ะ คุณสมบัติอื่นๆ ของ Nikon Z50 มีดังนี้

• กล้อง mirrorless มาพร้อม Sensors ขนาด APS-C ความละเอียด 20mp
• หน่วยประมวลผล EXPEED 6
• รองรับการใช้งาน Z-Mount ทั้ง full frame/ APS-C
• ระบบ Focus แบบ PDAF พร้อมจุด Focus จำนวน 209 จุด
• Eye AF และ Face Detection
• รองรับการถ่ายต่อเนื่องสูงสุดที่ 11fps
• หน้าจอแบบ Flip Down ขนาด 3.0″ รองรับระบบ Touchscreen
• รองรับ Video 4K 30p แบบ no crop
• Video FHD 120p พร้อม Feature Slow motion 5x, 4x
• Video FHD 60p / 50p / 30p
• Mode Interval Shooting และ Time Lapse Movie
• สามารถทำ Live แบบ Clean HDMI
• รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมผ่าน Port 3.5 mm.
• เชื่อมต่อผ่าน WIFI , Bluetooth
• แบตเตอรี่ EN-EL25 พร้อมประจุ 1,125 mAh ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 300 ช็อต
• รองรับการชาร์จผ่าน USB (เมื่อปิดกล้องเท่านั้น)
• ใช้งาน SD card
• น้ำหนัก 395 กรัม (เฉพาะ Body)

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand และ Zoomcamera

3. SONY A6400

SONY A6400

กล้องจากค่าย SONY ที่มีถูกพัฒนามาจาก A6300 มีคุณภาพที่คุ้มเกินราคา 30,000 บาท สามารถตั้งค่า ISO ได้ถึง 32000 ช่วยให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี และสามารถกดถ่ายแบบ Burst ต่อเนื่องไฟล์ JPG สูงสุด 116 ภาพ และไฟล์ RAW สูงสุด 46 ภาพ รองรับโหมดการถ่ายภาพแบบ Time Lapse ด้วย คุณสมบัติโดยรวมของ SONY A6400 มีดังนี้

• เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด APS-C ชิปประมวลผล BIONZ X รุ่นล่าสุด ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
• ระบบโฟกัสแบบ 4D FOCUS จุดโฟกัส 425 จุด แบบ Phase Detection และ Contrast Detection โฟกัสเร็ว 0.02 วินาที
• ถ่ายได้ต่อเนื่อง 11 ภาพต่อวินาที (8 ภาพต่อวินาทีถ่าย Silent shutter)
• วิดิโอ 4K 30fps และ FHD 1080P 120fps
• รองรับไฟล์แบบ เบบ S-Log2, S-Log3 และ Hybrid Log-Gamma (HLG) เพื่อการปรับสีในงานวิดีโอ
• ช่องเสียบไมค์ภายนอก 3.5 mm
• เชื่อมต่อได้ด้วย Wifi, NFC
• ตัว Body กันละอองน้ำ ละอองฝุ่น
• แบตเตอรี่รุ่น NP-FW50 สามารถถ่ายภายได้ถึง 410 ภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand

4. SONY ZV-1

SONY ZV-1

กล้องคอมแพคไซส์เล็ก เน้นการใช้งานด้านวิดีโอ ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ ราคาอยู่ที่ 22,990 บาท มาพร้อมฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากๆ คือ Real-Time AF ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Sony เท่านั้น โดยผสมผสานการทำงานกับระบบ AI จนทำให้ประสิทธิภาพการโฟกัสดีขึ้น แม่นยำขึ้น มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Product Show Case ที่ใส่มาเป็นรุ่นแรก และ Background Defocus เอาไว้ปรับหน้าชัดหลังเบลอง่ายๆ เพียงกดแค่ 1 ครั้ง คุณสมบัติอื่นๆ ของ SONY ZV-1 มีดังนี้

• เซนเซอร์ Stacked CMOS ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล
• จำนวนจุดโฟกัส 315 จุดแบบ Phase Detection
• ระบบ Real Time Tracking (Touch Tracking, Animal EYE-AF และ Video Eye-AF)
• เลนส์ ZEISS® Vario-Sonnar T* 24-70mm f/1.8 – f/2.8 (รูรับแสงแคบสุด f/11 ตลอดช่วง)
• ND Filter
• หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้วความละเอียด 0.9216 ล้านพิกเซล
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 24 FPS
• วิดีโอ 4K HDR,
• มี HLG และ S-Log 3
• กันสั่นในตัวเลนส์ พร้อม 4K Active SteadyShot ที่กันสั่นดีกว่ารุ่นเก่าถึง 8 เท่า
• สามารถถ่ายวิดีโอแนวตั้งได้
• Interval Shooting
• ขนาด 105.4 x 60 x 44 mm.
• น้ำหนัก 294 กรัม

ขอบคุณข้อมูลจาก: thepeakfoto

5. FUJIFILM X-A7

FUJIFILM X-A7

กล้องซีรี่ส์ยอดนิยมจาก Fujifilm ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศไทย โดย X-A7 สามารถถ่ายภาพได้ละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล ทำให้มีรายละเอียดภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งด้วยขนาดภาพที่ละเอียดมากๆ ก็สามารถนำมาปรับแต่งภาพได้เยอะ โดยที่ภาพไม่ถูกลดทอนคุณภาพลงเลย จุดเด่นของ Fujifilm X-A7 คือ มีขนาดจอภาพที่ใหญ่มากๆ ทำให้หน้าจอหรือคำสั่งต่างๆ สามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้น และจุดเด่นอีกจุดที่สาย Portrait ต้องชอบมากๆ คือ skin tone และฟิลเตอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้หน้าเราเนียนใส ไร้ริวรอยแบบเป็นธรรมชาติ สมจริง ไม่หลอกตา ในส่วนของการถ่ายวิดีโอนั้น ก็สามารถถ่ายในความละเอียด 4k 30FPS ได้นานถึง 15 นาที เลยทีเดียว คุณสมบัติอื่นๆ ของ FUJIFILM X-A7 มีดังนี้

• Sensor ขนาด APS-C ความละเอียด 24 MP
• หน้าจอ LCD ขนาด 3.5” อัตราส่วน 16:9 รองรับระบบ Touchscreen
• หน้าจอรูปแบบใหม่ Vario Angle
• ติดตั้ง Joystick เพื่อควบคุมการทำงานแทน D-Pad
• อัตราการถ่ายต่อเนื่อง 6 fps ถ่าย Video ได้ที่ความละเอียด 4K
• น้ำหนักเบาเพียง 320 กรัม จับถนัดมือ มีความคล่องตัวสูง

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกล้องทั้ง 5 รุ่นที่ทางเราเลือกมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีข้อดี ข้อเด่นที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ฟีเจอร์ รูปทรง ขนาด และน้ำหนัก เพื่อนๆ สามารถเลือกดูรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการของเพื่อน ๆ กันได้เลยค่ะ

เมื่อซื้อกล้องหรือเลนส์ใหม่ทุกครั้ง อย่าลืมทำประกันภัยกล้องและเลนส์กับ Allianz Assistance นะคะ หมดกังวล หายห่วงกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น หรือค่าซ่อมแพงๆ เราส่งซ่อมกับทางศูนย์ผู้ผลิตโดยตรงให้เลยค่ะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเดินทางไปเที่ยวตั้งแคมป์ กางเต็นท์ ตะลุยป่า ไปภูเขา เที่ยวทะเล หรือจะไปคาเฟ่ชิคๆ ก็พกกล้องไป ไม่ต้องกลัวพัง คุ้มค่ามากกับราคาเบี้ยประกันเพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น ไม่มีเบี้ยประกันรายปี จ่ายแค่ครั้งเดียว คุ้มครองนานสูงสุดถึง 3 ปีเต็มเลยค่ะ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Continue Reading
notebook ขายดี

แนะนำ Notebook 4 รุ่น ขายดี! สำหรับ Work From Home

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนี้ ชีวิตการทำงานของเราได้เปลี่ยนไปมาก หลายท่านในบางอาชีพได้มีโอกาสทำงานกันที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งการ work from home นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป บางท่านอาจจะกำลังมองหา Notebook คู่ใจเครื่องใหม่ที่สเปคตรงใจ สามารถพกพาไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ แล้วยังโชว์ความเท่ห์ ทันสมัยกันได้อีก ซึ่งในตลาดของ Notebook ตอนนี้ มีออกมาหลากหลายรุ่น หลายแบรนด์ ให้เราได้เลือกซื้อเพื่อให้เหมาะกับการทำงาน หรือไลฟ์สไตล์ของเรากันค่ะ

บทความนี้ Allianz Assistance จะพาคุณไปพบกับ Notebook หลากหลายรุ่นกันค่ะ มาดูว่ารุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานประเภทไหน เผื่อว่าจะตรงใจคุณ อ่านจบแล้วจะได้ออกไปหาซื้อมาใช้กันเลยค่ะ ถ้าหากซื้อ Notebook แล้ว อย่าลืม! ซื้อประกัน Notebook กับ Allianz Assistance ไว้ด้วยนะคะ อุ่นใจได้ตลอดเวลาค่ะ : )

หากคุณไม่ได้ต้องการซื้อ Notebook มาเพื่อเน้นเฉพาะการเล่นเกมส์อย่างเดียวเท่านั้น Notebook ประเภท Ultrabook อาจเป็นหนึ่งในคำตอบของคุณ เนื่องจากจุดเด่นของ Ultrabook คือ มีน้ำหนักเบา บาง พกพาสะดวก มีแบตเตอรี่ที่คงทน และสเปคที่เหมาะกับการใช้ทำงาน หรือแม้แต่จะเล่นเกมส์เบาๆ ก็ได้สบายๆ เลยค่ะ Ultrabook ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

Acer Swift 5

Acer Swift 5

สำหรับ Acer Swift 5 รุ่นล่าสุดนี้ มีน้ำหนักเพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น และบางเฉียบเพียง 14.95 มิลลิเมตร เท่านั้น มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ คือ การเคลือบสาร Antimicrobial สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียบนตัวเครื่องรวมไปถึงบนหน้าจอได้ ใช้ชิปประมวลผล intel Gen 11 ซึ่งเป็น Gen ล่าสุด มีพื้นที่เก็บข้อมูลถึง 512GB เป็น SSD รูปแบบ M.2 ในส่วนของแรมนั้น มีมาให้มากถึง 16GB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมด้วย Window 10 ในเครื่องพร้อมโปรแกรม Office home & Student 2019 มาให้ใช้งานกันฟรีๆ ค่ะ

Macbook Air M1

Macbook Air M1

สำหรับสาวกผลไม้ หรือสายงานที่เกี่ยวข้องกับการทำกราฟิกดีไซน์ การเลือกใช้ Macbook Air ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีทีเดียว ทันสมัย เหมาะกับการใช้งานมากค่ะ โดยเฉพาะ Macbook Air รุ่นล่าสุดที่ทางแบรนด์ Apple ใช้ชิปประมวลผล Apple M1 ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งทำให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นมาก สามารถใช้งานต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล ถึงแม้ว่าจะมาพร้อม RAM แค่ 8GB ก็ตาม (สามารถเพิ่มได้) เสียงรบกวนจากการทำงานก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นซึ่งสามารถฟังเพลง ท่องเว็บโดยการเชื่อมต่อ Wifi ได้นานถึง 15 ชั่วโมง โดยที่ยังคงมีความบาง และน้ำหนักเท่าเดิม คือ บาง 4.1 มิลลิเมตร และหนัก 1.29 กิโลกรัม เท่านั้น (ในรุ่นพื้นฐาน) นอกจากนี้ จากสถิติที่ลูกค้ามาซื้อประกัน Macbook กับทาง Allianz Assistance ในช่วงนี้ ถือได้ว่า Macbook Air M1 ขายดีมากๆ เลยทีเดียวค่ะ

Lenovo YOGA Slim 7

Lenovo YOGA Slim 7

Yoga Slim 7 เป็นอีกรุ่นที่ขายดีมากในประเทศไทย เนื่องจากมีสเปคที่คุ้มค่ากับราคาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชิปประมวลผล AMD ryzen 4000 series พร้อมกับการ์ดจอ Radeon RX Vega และ RAM 16GB วัสดุที่ใช้เป็นโลหะทั้งเครื่อง ส่วนตัวแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 14 ชั่วโมง และมีเทคโนโลยี Rapid Charge Pro ที่สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ปิดเครื่องหรืออยู่ในโหมดสแตนบาย ในส่วนของน้ำหนักเครื่องจะอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม และมีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร

Asus Zenbook 14 Ultralight UX435

Asus Zenbook 14 Ultralight UX435

Notebook อีกรุ่นที่ได้รับความนิยมอีกทั้งยังมีน้ำหนักแค่ประมาณ 1 กิโลกรัมเท่านั้น บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร ใช้ชิปประมวลผล intel gen 11 ซึ่งมี 2 รุ่นให้เลือก คือ i5 กับ i7 ในส่วนของการ์ดจอก็สามารถเพิ่ม Nvdia GeForce MX450 แทน onboard ได้เช่นกัน Asus Zenbook 14 Ultralight UX435 มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือจะมีปุ่มกดตัวเลข Num Pad แบบ LED เรืองแสงที่ Touchpad ซึ่งจะมีซอฟต์แวร์ควบคุมให้สามารถใช้งานทั้ง Touchpad และ Num Pad พร้อมกันได้ด้วยค่ะ

Notebook รุ่นที่เรานำเสนอในบทความนี้ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาทเท่านั้นค่ะ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยสำหรับสเปค และเทคโนโลยีที่ได้รับ พร้อมความเบาบาง สะดวกสบายในการพกพาค่ะ

ใครที่ตัดสินใจซื้อ Notebook คู่ใจซักเครื่องแล้ว ก็อย่าลืมซื้อประกันจาก Allianz Assistance* เพื่อคุ้มครองเจ้าคู่หูของเราจากไปก่อนวัยอันควรจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ตกน้ำ ตกกระแทก ไฟฟ้าลัดวงจร หรือถูกโจรกรรมในที่พัก ซึ่งความคุ้มครองเหล่านี้ทาง Allianz Assistance ก็ให้ความคุ้มครองสูงถึง 3 ปีเต็ม อิ่มๆ กันไปเลยทีเดียวค่ะ

*จ่ายค่าเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียวรับความคุ้มครองสูงสุดถึง 3 ปี (ไม่ต้องจ่ายรายปี) เพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก :
www.asus.com
www.lenovo.com
www.acer.com
www.apple.com

Continue Reading
Xiaomi Mi 11

Xiaomi Mi 11 มือถือยอดขายมาแรงน่าจับตามอง

หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือที่กำลังมาแรง มียอดขายถล่มทลายในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นมือถือแบรนด์ยักษ์ของจีน Xiaomi Mi 11 นั่นเองค่ะ ด้วยสเปคที่จัดเต็ม และมีราคาเริ่มต้นไม่ถึง 20,000 บาท ทำให้มียอดขายในประเทศจีนมากกว่า 350,000 เครื่อง ภายในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น หลังจากเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 ที่ผ่านมานี่เอง

Xiaomi Mi 11

Xiaomi Mi 11 เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่มาใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 888 รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมจอขนาด 6.81 นิ้ว เป็นจอแบบ OLED ที่รองรับรีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz บนความละเอียด 3200 x 1440 พิกเซล มีแบตเตอรี่ที่ขนาดใหญ่ 4,600 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่ 55W สามารถชาร์จให้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ในระยะเวลาแค่ 45 นาที เท่านั้น และสุดท้ายโทรศัพท์ Xiaomi Mi 11 รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบ 5G ด้วย

Snapdragon 888

ในส่วนของ spec กล้องที่ทุกๆ คน คงจะอยากรู้กันนั้น ก็ไม่น้อยหน้าโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นๆ เลยนะคะ กล้องหน้ามีความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล และมีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วย

  • กล้อง Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล
  • กล้อง Ultrawide 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องไมโครความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
Xiaomi Mi 11 Camera

หากใครที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองหรือมอบให้คนที่คุณรัก มือถือสเปคแกร่งราคาไม่แรงอย่าง Xiaomi Mi 11 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นมากๆ ในช่วงเวลานี้ ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วๆ นี้ค่ะ

ส่วนใครที่เพิ่งซื้อโทรศัพท์มือถือมาใหม่ หรือรอที่จะถอยเจ้า Xiaomi Mi 11 อยู่นั้น อย่าลืมให้ Allianz Assistance ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต กล้องและเลนส์ มาคอยดูแลมือถือแสนรักแสนหวงของคุณ หมดห่วงไม่ว่าจะใช้ที่ไหน เพราะเราคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่ม ได้แก่ อุบัติเหตุทางน้ำ, ตกกระแทก-แตกหัก, ฟ้าผ่า-ไฟฟ้าลัดวงจร, ไฟไหม้และถูกโจรกรรม คุ้มครองจัดเต็ม 1 ปี ให้อีกด้วย

โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว (ไม่มีรายปี) เพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก :
www.thairath.co.th
www.iphone-droid.net
droidsans
GSMAreana
soyacincau : Xiaomi Mi 11: First Snapdragon 888 smartphone, 55W GaN charger available for free

Continue Reading
12 Best 4k video camera 2020 to 2021

12 กล้องถ่ายวิดีโอ 4K มาแรงในปี 2020-2021

ปี 2020-2021 เป็นปีแห่งการแข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะในแวดวงกล้องและเลนส์ ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานถูกพัฒนาให้ดีขึ้น เช่น ให้เป็นกล้องถ่ายวิดีโอ 4K, ระบบป้องกันการสั่นไหว (IBIS), ภาพถ่ายสีสวยสด คมชัด, มีระบบออโต้โฟกัสที่ดีขึ้น เป็นต้น สำหรับบทความนี้ Allianz Xtend เอาใจแฟน ๆ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะเลยค่ะ มาดูกันว่ากล้องแบรนด์ไหน รุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจ

1. Olympus OM-D E-M5 Mark lll

Olympus OM-D E-M5 Mark lll

กล้อง Mirrorless ที่มีสเปคสูงสำหรับการถ่าย vlog เพราะด้วยโครงสร้างของตัวกล้องที่มีน้ำหนักเบา (เทียบกับรุ่นก่อน ๆ ของ Olympus) มาพร้อมกับเซนเซอร์ Four Third 20.4 MP, ระบบออโต้โฟกัส, ระบบช่วยป้องกันการสั่นสะเทือนของภาพ ขณะเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี สำหรับโหมดวิดีโอสามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30fps ให้เราได้ภาพที่มีความละเอียดสูง สีสวยชัด แต่อาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับบันทึกเสียงเพิ่มเติมค่ะ

ราคาประมาณ 49,900 บาท

2. Sony ZV-1

Sony ZV-1

เป็นกล้องที่ได้รับความนิยมอีกตัวหนึ่ง สำหรับการถ่ายวิดีโอ เนื่องจากตัวกล้องมีขนาดเล็ก พกพาง่าย และเป็นรุ่นที่รวมจุดเด่นของกล้อง RX100 Series ไว้แล้ว ความพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ การเก็บรายละเอียดความลึกของภาพ ทำได้ดีเลยทีเดียวค่ะ เมื่อเทียบกับกล้อง compact ทั่วไป แต่ก็มีจุดด้อยบางอย่าง เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหว อาจจะไม่ได้ดีเทียบเท่ากับกล้อง DSLR แต่อย่างไรก็ตาม กล้อง Sony ZV-1 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับถ่าย vlog ที่น่าสนใจเลยนะคะ

ราคาประมาณ 22,990 บาท

3. Canon EOS M50

Canon EOS M50

กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับเซนเซอร์ APS-C CMOS 24.1MP, processor DIGIC8 สำหรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K อาจจะถูกครอปภาพประมาณ 1.6x ทำให้ได้มุมมองภาพที่แคบลง แต่ด้วยตัวกล้องที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัดและใช้งานง่าย ทำให้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจซื้อมาใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น Microphone input ด้านหน้า, หน้าจอ Touch screen, การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เป็นต้น ทำให้ Canon EOS M50 เป็นกล้องถ่ายวิดีโอ vlog ที่เหมาะสมกับมือใหม่อย่างยิ่ง

ราคาประมาณ 20,900-25,900 บาท

4. Fujifilm X-T4

Fujifilm X-T4

เรียกได้ว่า กล้องรุ่นนี้สเปคเหนือกว่ากล้อง full frame บางตัวได้เลย เพราะเป็นกล้องที่มีความสามารถรอบด้าน จุดเด่นคือ ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (IBIS), แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น, และระบบออโต้โฟกัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้เราจับภาพได้รวดเร็วและมีความละเอียดสูง สำหรับความสามารถในการถ่ายวิดีโอ ผลที่ได้คือ 4K ที่ 60fps จึงถือเป็นกล้องที่มึคุณสมบัติครบถ้วนทั้งการถ่ายวิดีโอ 4K และการถ่ายภาพนิ่ง

ราคาประมาณ 72,990-76,990 บาท

5. Sony Alpha A6400

Sony Alpha A6400

กล้องแบรนด์นี้ได้รับความนิยมอยู่แล้วในกลุ่มบล็อคเกอร์ เพราะสามารถถ่ายวิดีโอแบบ 4K HDR(HLG) ได้ และยังมีแอพพลิเคชั่นที่ทำให้เราเปิดวิดีโอเล่นไป-มา และส่งข้อมูลวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย นอกจากนี้ ด้วยหน้าจอ Touch screen ขนาด 16:9 สามารถพลิกขึ้นได้ ทำให้เรามองเห็นหน้าตัวเอง ใครที่ชื่นชอบการถ่ายวิดีโอแบบเซลฟี่ ก็ทำได้สบาย ๆ และไม่ต้องกังวลว่าวิดีโอจะเบลอ เพราะรุ่นนี้มีระบบออโต้โฟกัส ที่ติดตามวัตถุหรือตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำด้วยค่ะ

ราคาประมาณ 46,990 บาท

6. Canon EOS M6 Mark ll

Canon EOS M6 Mark ll

เป็นแบรนด์ยอดนิยมในกลุ่มบล็อคเกอร์อีกแบรนด์หนึ่ง โดยเฉพาะรุ่น EOS Mark ll ตัวล่าสุด เพราะในบรรดา M series เป็นรุ่นที่มีระบบประมวลผลภาพที่ยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่าตัวกล้องจะมีขนาดเล็กก็ตาม ด้วยเซนเซอร์ขนาด 32.5 MP แบบเดียวกันกับกล้อง DSLR ทำให้เราได้ภาพและวิดีโอที่มีคุณภาพสูง ยังมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมคือ Dual Pixel CMOS AF ที่ทำให้วิดีโอ 4K มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นไปอีก เหมาะสำหรับคนที่เดินทางบ่อย ๆ เพราะตัวกล้องมีน้ำหนักเบา สะดวก พกพาง่ายไปได้ทุกที่นั่นเองค่ะ

ราคาประมาณ 35,990 THB

7. Sony A7R lll

Sony A7R lll

A7R series เป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการถ่ายวิดีโอและการทำภาพยนตร์ (Film making) ด้วยการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30fps เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว มาพร้อมกับ UHD120, HLG (Hybrid Log- Camera), และมีการตั้งค่า Sony AF ระดับท็อปที่เป็นจุดเด่นของรุ่นก่อนหน้า ทำให้เราได้วิดีโอที่มีประสิทธิภาพ มีความละเอียดสูงและระบบเสียงที่ไมเป็นสองรองใคร และยังมีการพัฒนา คุณภาพของภาพถ่าย, แบตเตอรี่, ระบบ IBIS ให้ดีขึ้นด้วย

ราคาประมาณ 79,900++ บาท

8. Panasonic Lumix DC-GH5

Panasonic Lumix DC-GH5

ถ้าหากใครมองหากล้องถ่ายวิดีโอ 4K ระดับโปร ก็ไม่ควรพลาดรุ่นนี้นะคะ เพราะถือเป็นกล้องที่ติดอันดับต้น ๆ ที่ช่างภาพมือโปรให้ความสนใจ กล้องรุ่นนี้ รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps และสามารถบันทึกวิดีโอ 1080p ที่ 180 fps ได้ด้วย เพราะมีระบบประมวลผลภาพที่เอื้อทุกสภาพแสง ให้ภาพสีสวย คมชัดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีลูกเล่นเพิ่มเติม ได้แก่ ช่องเสียบ SD card 2 ช่อง, ระบบป้องกันน้ำกระเซ็น, ฝุ่น ฯลฯ ถึงแม้ราคาอาจจะสูงแต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุน ใช่ไหมล่ะคะ

ราคาประมาณ 66,990 บาท

9. Panasonic G100

Panasonic G100

มาถึงกล้องตัวเล็กของแบรนด์ Panasonic สำหรับรุ่น G100 เป็นรุ่นที่พกพาง่าย น้ำหนกัเบา มีหน้าจอแบบ Touch screen ขนาดใหญ่ ให้เราใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น แต่จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ระบบเสียงแบบใหม่ ที่มี Microphone input ถึง 3 ตัว มาพร้อมกับระบบการตัดเสียงรบกวนอื่น ๆ ด้วย ให้วิดีโอของเรามีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ ยังมีโหมด Selfie Video, มีระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นให้ด้วย สะดวกมากเลยค่ะ

ราคาประมาณ 22,790 บาท

10. GoPro Hero 9 Black

GoPro Hero 9 Black

ในรุ่นนี้มีเซนเซอร์ขนาด 23.6 MP แบบใหม่ ให้เราถ่ายวิดีโอแบบ 5K ที่ 30fps ได้แบบสบาย ๆ เมื่อเทียบกับ GoPro รุ่นอื่น แต่คุณสมบัติพิเศษของกล้องรุ่นนี้ ยังไม่หมด เพราะทางแบรนด์ได้เพิ่มระบบป้องกันการสั่นไหวที่มีความเสถียรที่สุด เรียกว่า Hyper Smooth Boost ไม่ว่าจะทำกิจกรรมแบบไหน ก็ทำให้เราได้วิดีโอความละเอียดสูง ภาพสีสวยสด ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ คุณสมบัติอื่น ๆ ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติม ได้แก่ เรื่องความทนทานของแบตเตอรี่, ระบบป้องกันเสียงรบกวนอื่น เป็นต้น

ราคาประมาณ 15,999 บาท

11. Insta360 ONE R 4K Edition

Insta360 ONE R 4K Edition

กล้องรุ่นนี้ คือ ทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการกล้องสไตล์ GoPro แต่ราคาไม่แรงมากนัก ถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ GoPro เลยทีเดียว มีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเข้ามาคือ สามารถดำน้ำได้ลึก ถึง 5 ม., มี Dual Lens 360, และความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps เพราะมีเซนเซอร์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหากเราเปิด Mod system ที่ 1” จะทำให้เราได้วิดีโอคุณภาพสูงสุด 5.3K เลยทีเดียว

ราคาประมาณ 10,690 บาท

12. DJI Osmo Pocket

DJI Osmo Pocket

ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องกับกล้อง DJI Osmo Pocket เป็นกล้องรุ่นเล็กที่มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใคร ด้วยแกน Gimbal 3 แกน ช่วยป้องกันการสั่นสะเทือนของภาพ โดยเฉพาะการเดิน, วิ่ง, กิจกรรมเอ็กซ์สตรีมต่าง ๆ ก็ช่วยให้เราได้วิดีโอที่คุณภาพสูง 4K ที่ 30fps มาพร้อมระบบออโต้โฟกัสจับใบหน้าคน สิ่งของได้แม่นยำ สำหรับระบบเสียงอาจจะต้องมีอุปกรณ์เสริม เพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพดีขึ้น แน่นอนว่า ราคาเป็นกันเองสุด ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่หากล้องคุณภาพดี ในราคาเป็นมิตรนะคะ

ราคาประมาณ 12,500 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับจุดเด่นของ 10 กล้องถ่ายวิดีโอ 4K หวังว่า จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับใครที่กำลังจะตัดสินใจซื้อกล้องถ่ายวิดีโอ ในเร็ว ๆ นี้นะคะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อซื้อกล้องตัวใหม่แล้ว อย่าลืมซื้อประกันภัยกล้องและเลนส์ของ Allianz Xtend นะคะ นอกจากจะคุ้มครองตัวเครื่องและอะไหล่จากผู้ผลิตแล้ว เรายังให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมให้ด้วย ได้แก่ อุบัติเหตุทางน้ำ, ตกกระแทก-แตกหัก, ฟ้าผ่า-ไฟฟ้าลัดวงจร, ไฟไหม้และถูกโจรกรรม เป็นต้น

โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว (ไม่มีรายปี) เพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก :
Best cameras for vlogging 2020: the 12 finest choices for video creators
Zoom Camera

Continue Reading
iPhone 12

เปรียบเทียบราคาและเบี้ยประกัน iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น

เปรียบเทียบราคาและเบี้ยประกัน iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น

สาวก iPhone เตรียมตัวพร้อมกันแล้วหรือยัง? จากกระแสที่มาแรงมากๆ ในขณะนี้ ของการเปิดตัว iPhone 12 ซึ่งรองรับ 5G ทุกรุ่น ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทางผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือจะเริ่มเปิดให้สั่งจอง iPhone 12 ล่วงหน้า ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา และเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ใครที่ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี? วันนี้ Allianz Xtend ได้สรุปราคา สเปค และเบี้ยประกันภัยของ iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น มาให้ดูกันง่ายๆ ชัดๆ ในตารางด้านล่างนี้เลยค่ะ

ชื่อรุ่น iPhone 12 mini iPhone 12 iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max
ระบบปฏิบัติการและเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซิพ A14 Bionic ชิพที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟน
Wi-Fi 6, 5G, Bluetooth 5.0
การโทรผ่าน Wi-Fi, FaceTime แบบเสียงและแบบวิดีโอ
ขนาดจอภาพ Super Retina XDR (OLED) ด้านหน้าแบบ Ceramic Shield 5.4” 6.1” 6.1” 6.7”
ความละเอียดจอภาพ 2340 x 1080 พิกเซลที่ 476 ppi 2532 x 1170 พิกเซลที่ 460 ppi 2532 x 1170 พิกเซลที่ 460 ppi 2778 x 1284 พิกเซลที่ 458 ppi
กล้อง ระบบกล้องคู่ ความละเอียด 12 MP

(อัลตร้าไลด์ และไวด์)

ระบบกล้องคู่ ความละเอียด 12 MP

(อัลตร้าไลด์ และไวด์)

ระบบระดับโปร ความละเอียด 12 MP

(อัลตร้าไลด์ ไวด์ และเทเลโฟโต้)

ระบบระดับโปร ความละเอียด 12 MP

(อัลตร้าไลด์ ไวด์ และเทเลโฟโต้)

ช่วงซูมแบบออปติคอล 2 เท่า 2 เท่า 4 เท่า

สแกนเนอร์ LiDAR สำหรับภาพถ่ายบุคคลในโหมดกลางคืน, ออโต้โฟกัสที่เร็วขึ้นในสภาวะแสงน้อย

5 เท่า

สแกนเนอร์ LiDAR สำหรับภาพถ่ายบุคคลในโหมดกลางคืน, ออโต้โฟกัสที่เร็วขึ้นในสภาวะแสงน้อย

บันทึกวิดีโอ ระดับ 4K  24 fps, 30 fps หรือ 60 fps
บันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision สูงสุด 30 fps
บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fps
แบตเตอรี่

(เล่นวิดีโอนานสูงสุด)

15 ชม. 17 ชม. 17 ชม. 20 ชม.
ความจำเครื่อง 64 GB
128 GB
256 GB
64 GB
128 GB
256 GB
128 GB
256 GB
512 GB
128 GB
256 GB
512 GB
น้ำหนัก 133 กรัม 162 กรัม 187 กรัม 226 กรัม
ความกว้าง (มม.) 64.2 71.5 71.5 78.1
ความสูง (มม.) 131.5 146.7 146.7 160.8
ความหนา (มม.) 7.4
ความสามารถในการชาร์จเร็ว ชาร์จได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที ด้วยอะแดปเตอร์ขนาด 20 วัตต์ หรือสูงกว่า (จำหน่ายแยกต่างหาก)
สีให้เลือก Black, White, Red, Green, Blue Pacific Blue, Gold, Silver, Graphite
ชื่อรุ่น iPhone 12 mini iPhone 12 iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max
ราคาเครื่อง 64 GB – 25,900 บาท
128 GB – 27,900 บาท
256 GB – 31,900 บาท
64 GB – 29,900 บาท
128 GB – 31,900 บาท
256 GB – 35,900 บาท
128 GB – 36,900 บาท
256 GB – 40,900 บาท
512 GB – 48,900 บาท
128 GB – 39,900 บาท
256 GB – 43,900 บาท
512 GB – 51,900 บาท
เบี้ยประกันภัยโทรศัพท์ของ Allianz Xtend 8% ของราคาสินค้า*

64 GB – 2,072 บาท
128 GB – 2,232 บาท
256 GB – 2,552 บาท
64 GB – 2,392 บาท
128 GB – 2,552 บาท
256 GB – 2,872 บาท
128 GB – 2,952 บาท
256 GB – 3,272 บาท
512 GB – 3,912 บาท
128 GB – 3,192 บาท
256 GB – 3,512 บาท
512 GB – 4,152 บาท
*ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

*เบี้ยประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับราคาโทรศัพท์ กรณีซื้อโทรศัพท์ที่ติดสัญญาของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เบี้ยประกันจะถูกคิดตามราคาเครื่องก่อนหักส่วนลด

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตของ Allianz Xtend สามารถดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ของเรา https://www.allianz-xtend.com

ขอบคุณข้อมูลจาก : Apple Thailand

Continue Reading
Samsung Galaxy S20 FE

Samsung Galaxy S20 FE มีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง?

Samsung Galaxy S20 FE มีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง?

กระแสแรงมากตั้งแต่ช่วงกลางปี ที่ผ่านมา กับ Samsung Galaxy S20 FE ไม่ว่าจะด้วยกระแสจากฝั่งประเทศเกาหลี เพราะได้นักร้องเกาหลีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง BTS มาเป็นพรีเซนเตอร์ แต่สำหรับเมืองไทยก็มีกระแสอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มเปิดตัว มาดูกันว่า Samsung ใหม่รุ่นนี้ มีอะไรโดดเด่นจึงเป็นที่พูดถึงอย่างไม่ขาดสาย

1. หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5” และ RAM 8GB

เป็นหน้าจอที่ถูกพัฒนามาเพื่อทุกคน ที่มีความชื่นชอบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพ, วิดีโอ, เล่นเกม ก็สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย Infinity-O Display แบบ Full HD+ ไม่ติดขอบหน้าจอ และรูกล้องหน้าขนาดเล็ก ไม่เป็นที่สะดุดตา ทำให้เราได้หน้าจอที่สมจริงมากขึ้น

สำหรับ RAM ที่ทาง Samsung ให้มาคือ 8GB ซึ่งจะช่วยให้เราใช้งานแอพลิเคชั่นได้ไหลลื่น หรือสลับการใช้งานระหว่างแอพพลิเคชั่น ไม่มีติดขัดแน่นอน

2. ชิป 5G Snapdragon 865 และแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh

เป็นหนึ่งในนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือ สำหรับ Snapdragon 865 ที่ทุกคนรอคอย เป็นระบบ CPU หรือชิปที่รองรับ 5G ทำให้ส่งผ่านข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่า ในประเทศไทยยังไม่มีระบบ 5G แต่อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 เราอาจจะได้ฟังข่าวดีในเรื่องความพร้อมในการใช้งาน 5G อย่างแน่นอน

สำหรับแบตเตอรี่ 4,500 mAh ของ Samsung Galaxy S20 FE แน่นอนว่า เอาใจสายสตรีมเกม, สายถ่ายรูปภาพ/วิดีโอต่อเนื่อง ฯลฯ พร้อมกับโหมดประหยัดพลังงาน ที่ช่วยให้เราเก็บพลังงานไว้ใช้ในกรณีจำเป็นได้

3. กล้องระดับโปร

กล้อง 3 ตัวที่ให้มากับตัวเครื่อง ทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะในระยะใกล้หรือไกล ได้แก่ Ultra Wide 12MP, Wide-angle 12 MP, Telephoto 8 MP ที่ให้เราซูมแบบ optical zoomได้มากถึง 3 เท่า นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่ที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน Samsung Galaxy S20 FE ก็จะช่วยให้เราได้รูปภาพที่คมชัด สมจริงมากขึ้น

และสำหรับกล้องหน้าทางผู้ผลิต ให้มาถึง 32 MP ทำให้เราได้ภาพที่เก็บรายละเอียดได้มากขึ้นด้วย

4. ระบบเชื่อมต่อ Connection

ระบบการเชื่อมต่อที่พัฒนามา เพื่อใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์เสริมไร้สายอื่นๆ เช่น Galaxy Buds+, Galaxy watch, Wireless charger stand เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี Bluetooth 5.0 และมีการรองรับ NFC (Near Field Communication) ที่เป็นการจับคู่อุปกรณ์ ช่วยให้เราส่งผ่านข้อมูลเล็กๆ ระหว่างโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 เครื่องได้ เพียงแค่นำมาแตะกันด้านหลัง เช่น รูปภาพ, เบอร์โทรศัพท์, ลิงก์ ฯลฯ

5. มีให้เลือก 6 สีให้เลือกตามความชอบ

ทางผู้ผลิตต่างเอาใจความชื่นชอบของแต่ละคน ด้วยการออกแบบสีของ Samsung Galaxy S20 FE ให้มีสีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange, Cloud White ใครชื่นชอบสีให้ไปเลือกซื้อกันได้เลยค่ะ

ทั้งหมดนี้ ก็คือจุดเด่นที่ทางผู้ผลิตตั้งใจว่า จะรวบรวมสิ่งที่ดีของรุ่น Galaxy S20 แล้วนำมาพัฒนาต่อ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดมากขึ้น ใครที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ สามารถนำบทความนี้ ไปเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้เลยนะคะ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไหน รุ่นอะไร คุณสามารถลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับมือถือเครื่องใหม่ได้ เพียงแค่ซื้อประกันภัยโทรศัพท์มือถือ Allianz Xtend จ่ายค่าเบี้ยครั้งเดียว เพียงแค่ 8% เท่านั้น เคลมง่าย จ่ายจริง ซ่อมเร็ว
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก : Samsung.com/th

Continue Reading
Gamer Notebook

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์ยุค 2020

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์ยุค 2020

Acer Nitro 5 AN515-55-517 N

เมื่อพูดถึงโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง หลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง Acer Predator แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นต่ำสุดก็แอบมีราคาที่สูงไม่ใช่น้อยเลย แต่ถ้ายอมขยับงบในกระเป๋าลงมาซักหน่อยก็จะได้โน้ตบุ๊คอีกตัวที่สเปกไม่แพ้รุ่นพี่เพชรฆาต Predator เลย นั้นก็คือ Acer Nitro 5 รุ่น AN515-55-517N ที่มาพร้อมสเปกสุดล้ำ ลื่น เร็ว ไม่มีสะดุด จอสีสวยคมชัดทุกการเคลื่อนไหว ตัวเครื่องสี Obsidian Black มันวาวสวยงาม

รุ่น AN515-55-517 N
ราคา 35,900 บาท
สเปก Intel Core i5-10300 H
หน้าจอ ขนาด 15.6 นิ้ว ขอบจอ บางความละเอียด Full HD และพาเนลแบบ IPS ให้สีสวยคมชัดทุกมุมมอง พร้อม Refresh Rate ถึง 144Hz
การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 6GB GDDR6
คีย์บอร์ด Full Size พร้อมไฟ RGB สเปกเกมมิ่งแบบจัดเต็ม
แรม 16 GB DDR4 (1x 16GB)
ฮาร์ดดิสก์ 512GB PCIe NVMe M.2 SSD
ระบบเสียง ระบบเสียง DTS® X:Ultra Audio & Acer True Harmony
ระบบปฏิบัติการ มาพร้อม Windows 10 Home (64-bit) ในตัว
พอร์ทเชื่อมต่อ ·     USB 3.2 ทั้ง Gen 1 และ Gen 2

·     USB Type C

·     HDMI / Audio Jack แบบ Combo

เป็นไงกันบ้างคะ ถูกใจเหล่าเกมเมอร์รึเปล่า มันต้องถูกใจแน่นอนอยู่แล้ว เพราะสเปกจัดหนัก จัดเต็มแบบนี้ จะเล่นกี่เกมส์ นานแค่ไหน เจ้า Acer Nitro 5 AN515-55-517 N ก็เอาอยู่แน่นอน สเปกแจ่ม ภาพคม คีย์บอร์ดสวย คุ้มราคาสุด ๆ

ให้ Allianz Xtend เป็นผู้ช่วยดูแลโน้ตบุ๊คสุดรักสุดหวงของคุณนะคะ จ่ายเพียงแค่ 8% ของราคาโน้ตบุ๊คครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ เราคุ้มครองถึงปีที่ 3 เลย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากน้ำ ตกหล่นเสียหาย ไฟฟ้าลัดวงจร ฟ้าผ่า ไฟไหม้ และ ถูกโจรกรรมในที่พักอาศัย อุ่นใจหายห่วงไร้กังวล

สนใจทำประกันโน๊ตบุ๊ค คลิกเลย

Continue Reading
5-features-samsung-note-20

5 จุดเด่น ของ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra

5 จุดเด่น ของ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra

พึ่งเปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra จากค่ายยักษ์ใหญ่แดนกิมจิ มาพร้อมคุณสมบัติและสเปคสุดล้ำ เปรียบเสมือนนำเอาคอมพิวเตอร์มาพกติดตัวไว้กับคุณเลยก็ว่าได้ ถือเป็นมือถือที่เหมาะสำหรับการทำงานมากๆ

รุ่นและสเปคที่นำมาขาย

Samsung Galaxy Note 20

รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 29,900 บาท
รุ่น 5G RAM 8GB + ROM 256 GB ราคา 33,900 บาท

Samsung Galaxy Note 20 Ultra

รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 38,900 บาท
รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 512 GB ราคา 42,900 บาท
รุ่น 5G RAM 12 GB + ROM 256 GB ราคา 42,900 บาท
รุ่น 5G RAM 12 GB + ROM 512 GB ราคา 46,900 บาท

เรามาดูจุดเด่นทั้ง 5 จุดกัน

• ดีไซน์และสีสันสุดเก๋
– Note 20 มาพร้อมสีให้เลือกสรร ถึง 3 สีคือ สี Mystic Bronze สี Mystic Green และ สี Mystic Grey หน้าจอเป็นลักษณะ Flat Screen ไม่มีรอยโค้ง วัสดุเป็น Gorilla Glass 5 ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบมือถือจอโค้ง
– Note 20 Ultra ใช้วัสดุเป็น Gorilla Glass 7 ทั้งด้านหน้าและหลังเป็นตัวแรกของโลก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Mystic Bronze ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหรา ทนทานและไม่ก่อให้เกิดรอยนิ้วมือ และสี Mystic Black ที่ใช้เป็นวัสดุแบบมันวาวราวกระจก ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รวมถึงช่องใส่ S Pen ก็ได้ถูกย้ายไปอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่องอีกด้วย
• หน้าจอสุดว้าว
– สำหรับตัว Note 20 หน้าจอ Super AMOLED Plus ขนาด 6.7 นิ้ว แสดงผลแบบ FHD+ เฟรมเรท 60 Hz
– และตัว Note 20 Ultra หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว สีสันสดใส ที่รองรับค่ารีเฟรชเรทได้สูงถึง 120 Hz
• อัพเกรดคุณภาพกล้อง
– กล้องหน้าของทั้งสองรุ่นมีความชัดถึง 10 ล้านพิกเซล ชัดมาก คุณภาพสุดๆ
– กล้องหลังของ Note 20 เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลโฟโต้ 64 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบไฮบริดได้ 3 เท่า และแบบดิจิตอลได้ถึง 30 เท่า
– กล้องหลังของ Note 20 Ultra เลนส์หลัก 108 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra-Wide 12 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบไฮบริดได้ 5 เท่า และแบบดิจิตอลได้สูงถึง 50 เท่า มาพร้อม Laser AE ที่ทำให้จับโฟกัสได้ไวมากขึ้น สุดท้ายยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 8K อีกด้วย
• Wireless DEX
การทำงานในโหมด Desktop ที่รุ่นนี้พัฒนาให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม หรือ Dock อีกต่อไป มาพร้อมกับ Dual Mode ทำให้เราสามารถใช้มือถือ และหน้าจอแยกกันได้อย่างอิสระแม้จะต่อ DEX อยู่
• ปากกา S Pen อัพเกรดใหม่
S Pen รุ่นใหม่นี้พัฒนามาให้เขียนง่าย เขียนลื่นกว่าเดิม เนื่องจากมีค่าความหน่วงที่ลดลงมาก ทำให้เหมือนเขียนอยู่บนกระดาษจริงๆ พร้อมทั้งเพิ่ม Air Action ใหม่ๆ สำหรับใช้ควบคุมมือถือแม้ว่าจะต่อ DEX Mode เพื่อพรีเซนเทชั่นได้สะดวกกว่าเดิม

Samsung Galaxy Note 20

นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับโทรศัพท์มือถือในยุคที่มีการทำงานไม่จำกัดอยู่แค่สถานที่เดียว เพราะเพียงแค่ถือเจ้า Note 20 ตัวนี้ติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ แล้วจะดีแค่ไหนกันถ้าเราจะทำประกันเพิ่มให้มือถือของเรา เพราะเวลาพลาดทำตกแล้วต้องซ่อมแต่ละครั้งราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ดีไม่ดีก็เกือบครึ่งของราคามือถือสุดที่รักของเราเลย เผลอๆ อาจจะแพงกว่าซะอีก แต่ถ้าหากทำประกันมือถือของ Allianz Xtend เราจ่ายครั้งเดียวแค่ 8% ของราคามือถือ ก็คุ้มครองยาวๆ ไปเลยอุบัติเหตุ 1 ปี คุ้มครองต่อจากผู้ผลิตอีก 1 ปี ปลอดภัย สบายกระเป๋า แม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ตาม

Continue Reading
08-Xiaomi-1200x628

7 อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ Xiaomi เปลี่ยนโฉมบ้านให้สมาร์ทกว่าเดิม

7 อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ Xiaomi เปลี่ยนโฉมบ้านให้สมาร์ทกว่าเดิม

“Xiaomi” แบรนด์ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนที่ใครหลาย ๆ คนต้องคุ้นหูกันบ้างเพราะเป็นแบรนด์ที่ขายทุกอย่างตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ หูฟัง เครื่องฟอกอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า แปรงสีฟัน ไปจนถึงรถยนต์ สินค้ากลุ่มที่ทำให้ชื่อเสียงของ Xiaomi ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก คงหนีไม่พ้น สินค้าประเภท Smart Home Device ซึ่งต้องบอกเลยว่า Xiaomi เขาทุ่มทุนและพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านอย่างต่อเนื่องเลย บทความนี้ Allianz Xtend เลยอยากแนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านรู้จักกับ 7 อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะจาก Xiaomi ที่จะทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านง่ายขึ้น จะมีไอเทมไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1. Xiaomi Smart Plug

มาเริ่มกันที่ไอเทมแรก กับ Xiaomi Smart Plug ปลั๊กอัจฉริยะที่มีฟังก์ชันเรียบง่าย คือการสั่งการเปิด-ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยการจะสั่งงานเจ้าปลั๊กนี้ จะต้องสั่งงานผ่านทางแอปพลิเคชัน Mi Home ค่ะ

ราคาสินค้า: 349 บาท

Xiaomi Smart Plug

2. Xiaomi Smart Sensor Kit

Xiaomi Smart Sensor เป็นชุดเซนเซอร์อัจฉริยะที่มีทั้งหมด 6 ชิ้นด้วยกัน ประกอบไปด้วย Gateway, Window/Door Sensor, Motion Sensor, Smart Switch ซึ่งแต่ละชิ้นก็จะมีการทำงานและฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันไป

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกันเลยค่ะ

Window/Door Sensor – อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณเพื่อเช็คว่า หน้าต่าง หรือประตูเปิด-ปิดเรียบร้อยหรือไม่ หรือเช็คว่าประตูเปิดค้างนานเกิน 1 นาทีหรือไม่

Motion Sensor – ช่วยตรวจจับเวลาคนเดินผ่านอุปกรณ์ หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลอดไฟ Xiaomi ที่เมื่อเดินผ่านแล้ว หลอดไฟจะเปิด-ปิดอัตโนมัติ เมื่อไม่มีคนเดินผ่านนานเกิน 2 นาที

Gateway – เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านบลูทูธ ซึ่งทำให้เราสามารถสั่งงานอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงกับ Gateway ทั้งหมดทางแอปพลิเคชัน Mi Home ได้เพียงที่เดียว โดยตัว Gateway นี้จะเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ค่ะ

Smart Switch – เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สั่งงาน คล้าย ๆ กับการสั่งงานบนแอปพลิเคชัน สามารถกดปุ่มเพื่อเปิด-ปิดอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหมดของ Xiaomi ได้ภายในครั้งเดียว เช่น จะออกจากบ้าน ถ้ากดคำสั่งปิด ทั้งหลอดไฟ เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ พัดลม และอุปกรณ์อื่น ๆ ก็จะถูกปิดภายในครั้งเดียว
ชุดเซนเซอร์อัจฉริยะของ Xiaomi เหมาะกับคนที่มี Smart Home Devices ของ Xiaomi อยู่แล้ว เพราะยิ่งมีอุปกรณ์เยอะ ก็ยิ่งพลิกแพลง และประยุกต์เจ้าตัวเซนเซอร์ใช้กับอุปกรณ์อื่นได้ในหลากหลายรูปแบบค่ะ

ราคาสินค้า: 2,590 บาท

Xiaomi Smart Sensor Kit

3. Xiaomi Home Security Camera

Xiaomi Home Security Camera กล้องวงจรปิดขนาดกะทะรัด ดีไซน์สวยงาม ราคาประหยัดที่มาพร้อมกับฟังก์ชันหลากหลาย โดยตัวกล้องรองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียดระดับ 1080P HD หรือ 1920×1080 มีฟังก์ชั่น Night Vision ในระยะ 9 เมตร มีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวโดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนให้ดีขึ้น (จะบันทึกวีดีโอ 10 วินาที เมื่อจับการเคลื่อนไหวได้) มีเทคโนโลยี WDR (Wide Dynamic Range) และ BSI (Back Light Sensor) ที่ช่วยปรับแสงและให้ภาพและวีดีโอมีคุณภาพดีที่สุด สามารถดูวีดีโอแบบเรียลไทม์ ผ่านแอพลิเคชันในสมาร์ทโฟนของคุณได้ทันที และสามารถย่อหน้าจอให้มีขนาดเล็ก เพื่อให้สะดวกในการดูพร้อมทั้งเล่นมือถือไปด้วย สามารถฟัง-พูดโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์

ราคาสินค้า: 990 บาท

Xiaomi Home Security Camera

4. Xiaomi Roborock S5

Mi Roborock S5 คือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่จะทำให้ไม่ต้องเสียเวลากวาดบ้านและถูบ้านอีกต่อไป โดยเจ้าเครื่อง S5 นี้ เป็นเครื่องรุ่นที่ 2 แล้ว โดยจุดเด่นของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Xiaomi ก็คือระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Mi Home โดยเราสามารถควบคุมการทำงานทุกอย่างผ่านแอปได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าความแรง ตั้งแต่ระดับเสียงเบา ๆ ไปจนถึงระดับเสียงดัง สามารถดูอายุการใช้งานต่างๆ เช่น ฟิลเตอร์กรองฝุ่น, อายุอะไหล่ว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง ตั้งเวลาให้ทำงานออโต้เองในแต่ละวัน เช่น ทุกบ่ายโมงเวลาไม่มีใครอยู่บ้าน และสามารถแจ้งเตือนในมือถือตอนทำความสะอาดเสร็จได้ด้วยค่ะ

ใครที่ไม่ชอบทำความสะอาดบ้านเอง มีเจ้าหุ่นยนต์เครื่องนี้ ก็สบาย หายห่วงเลยค่ะ

ราคาสินค้า: 15,900 บาท

Xiaomi Roborock S5

5. Xiaomi Mosquito Repeller

Xiaomi Mosquito Repeller เครื่องไล่ยุงขนาดพกพาที่มาพร้อมกับดีไซน์สีขาวสวยงาม ขนาดกะทะรัด และมีน้ำหนักเพียงแค่ 133 กรัมเท่านั้น โดยเจ้าเครื่องไล่ยุงนี้จะใช้พลังงานจากถ่านขนาด AA จำนวน 2 ก้อน และมีแผ่นกันยุงที่มีอายุการใช้งาน 720 ชั่วโมง หรือประมาณ 90 วันโดยเปิดวันละ 8 ชั่วโมง ส่วนพื้นที่รัศมีในการไล่ยุงจะครอบคลุมราว 28 ตารางเมตรค่ะ

ราคาสินค้า:490 บาท

Xiaomi Mosquito Repeller

6. Xiaomi Yeelight Smart Light Bulb

Xiaomi Yeelight Smart Light Bulb เป็นหลอดไฟอัจฉริยะที่สามารถแสดงแสงไฟสีต่าง ๆ ได้มากกว่า 1 ล้านเฉดสี ใช้ได้กับทั้งโคมไฟหรือจะติดตั้งที่ไหนก็ได้ ข้อดีก็คือสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Xiaomi อื่น ๆ และสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Mi Home โดยสามารถสั่งให้หลอดไฟเปิด-ปิดได้เองโดยอัตโนมัติหรือจะสั่งให้เปลี่ยนเฉดสีก็ทำได้ง่ายมากเลยค่ะ

ราคาสินค้า: 660 บาท

Xiaomi Yeelight Smart Light Bulb

7. Xiaomi Mijia VDW0401M Internet Desktop Dish Washer

มาถึงไอเทมสุดท้ายกับ Xiaomi Mijia Dish Washer เครื่องล้างจานสุดล้ำที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งบอกเลยว่าเจ้าเครื่องนี้พกความล้ำมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Mi Home และการสั่งงานผ่านแอป หรือการสั่งงานด้วยเสียง ที่สำคัญ รุ่นนี้ ทางแบรนด์การันตีว่า สามารถอบฆ่าเชื้อได้ถึง 99.99 % เลย

เครื่องล้างจาน Mijia รุ่นนี้เป็นแบบ Desktop ตัวเครื่องขนาดเล็ก กว้าง 442 มม. สูง 461.5 มม. และยาว 419 มม. ขณะที่ตัวเครื่องมีสีขาวทุกด้าน และมีหน้าจอสัมผัสอยู่ด้านบนสำหรับเลือกสั่งการ หรือใช้สำหรับดูสถานะการล้างจานก็ได้ค่ะ โดยเจ้าเครื่องนี้สามารถบรรจุจาน, ชาม, ช้อน, ส้อม และอื่น ๆ ได้ประมาณ 32 ชิ้น (ขึ้นอยู่กับขนาด) เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีสมาชิก 1 – 3 คน

ใครที่ไม่ชอบล้างจาน ซื้อเจ้าเครื่องล้างจาน Xiaomi ไป รับรองว่าสะดวกสบายมากขึ้นเลยค่ะ ^^

ราคาสินค้า: 12,900 บาท

Xiaomi Mijia VDW0401M Internet Desktop Dish Washer

ปัจจุบัน Smart Home Device มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์และหลากหลายฟังก์ชั่น Xiaomi ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ที่พัฒนาอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณภาพและราคาที่ไม่แพงมาก ทำให้ Xiaomi เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และ 7 ไอเทมที่เราได้แนะนำในวันนี้ ก็เป็นไอเทมยอดฮิตติดตลาด รับรองว่า ถ้าได้ลองใช้แล้ว ต้องติดใจแน่นอน ^^

Continue Reading
11819702814445

ทำความรู้จักประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทำความรู้จักประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า

ปัญหาที่ใครหลายคนเผชิญเหมือนกันเมื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต โน๊ตบุ๊คและกล้องถ่ายรูปคือต้องเสียค่าซ่อมแพงเมื่อเครื่องเสีย อะไหล่พังหลังจากหมดระยะเวลารับประกันจากผู้ผลิต หรือเกิดอุบัติเหตุหน้าจอมือถือแตก ตกน้ำ หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ซึ่งบางครั้งค่าซ่อมอาจสูงถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว หลายคนจึงตัดสินใจไม่ซ่อมและซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือมือถือใหม่เลย ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะซื้อมาได้ไม่นานเอง ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าถือเป็นอีกบริการหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยรับภาระแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายดังกล่าว เรามาดูกันว่าประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้ามีข้อดีอย่างไรและคุ้มครองเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าคืออะไร ?

ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าคือ บริการขยายระยะเวลารับประกันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตรับประกัน พร้อมด้วยความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากความคุ้มครองของผู้ผลิตอีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเกิดปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพัง มือถือหน้าจอแตก หรือเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ระหว่างทำประกันภัย ก็ไม่ต้องกังวลกับค่าซ่อมที่แพง เพราะประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้าจะจ่ายค่าซ่อมแทนเราทั้งหมดค่ะ

ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า Allianz Xtend ดีอย่างไร ?

ประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้า Allianz Xtend จะขยายเวลารับประกันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตรับประกันจาก 1 ปี ไปจนสูงสุดถึงปีที่ 3 พร้อมด้วยความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมอีก 5 กลุ่มที่มักจะเกิดขึ้นกับเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณ โดย Allianz Xtend คุ้มครองสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ แท็บแล็ต และกล้องถ่ายรูป

Allianz Xtend แบ่งความคุ้มครองเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1. การขยายระยะเวลารับประกันของผู้ผลิต

โดยปกติเมื่อลูกค้าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจะได้รับประกันสินค้าจากผู้ผลิต 1 ปี หากเครื่องเสียหลังจากประกันของผู้ผลิตหมดลง ลูกค้าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อม หรือต้องซื้อเครื่องใหม่
หากลูกค้าซื้อบริการประกันภัยสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า Allianz Xtend เราจะขยายระยะเวลารับประกันสินค้าด้วยเงื่อนไขเดียวกันกับผู้ผลิตไปจนสูงสุดถึงปีที่ 3
• ค่าแรงและค่าอะไหล่ ไม่ต้องจ่ายค่ารับผิดส่วนแรก
• ส่งซ่อมกี่ครั้งก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
• พิเศษ บริการซ่อมถึงบ้านสำหรับสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น โทรทัศน์ที่ขนาดใหญ่กว่า 25 นิ้ว, ตู้เย็นขนาด 4 คิวขึ้นไป, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องซัก/ปั่น/อบผ้าทุกรุ่น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่เป็นรุ่นฝังผนัง เป็นต้น

2. ความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติม 5 กลุ่ม

คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งโดยปกติผู้ผลิตไม่ให้ความคุ้มครอง (แต่หากผู้ผลิตให้ความคุ้มครองส่วนนี้ความคุ้มครองของอลิอันซ์ แอสซินแทนซ์ จะเริ่มต้นเมื่อความคุ้มครองของผู้ผลิตหมดลง) นานสูงสุด 3 ปีนับจากวันที่ซื้อสินค้า โดยอุบัติเหตุ 5 กลุ่มได้แก่
1. อุบัติเหตุจากน้ำ
2. ตกหล่นเสียหาย
3. ฟ้าผ่า ไฟฟ้าลัดวงจร
4. ไฟไหม้
5. ถูกโจรกรรมในที่พักอาศัย

Allianz Xtend แบ่งประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็น 2 กลุ่มหลักด้วยกันคือ

สินค้ากลุ่มที่ 1: เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โน๊ตบุ๊ค และกล้องถ่ายรูปและเลนส์

Home Appliance Notebook Camera and Lens

สินค้ากลุ่มที่ 2: โทรศัพท์มือถือ และแท็บแล็ต

Smart Phone and Tablet

ดูเงื่อนไขความคุ้มครองเพิ่มเติม คลิกเลย

ปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพัง มือถือตกน้ำ หน้าจอแตก หรือกล้องเสีย ก็จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ถ้าทำประกันภัยเครื่องใช้ไฟฟ้ากับ Allianz Xtend เราพร้อมดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิมค่ะ

Continue Reading
ซื้อเลย

This is a unique website which will require a more modern browser to work!

Please upgrade today!