แนะนำกล้อง 5 รุ่น งบไม่เกิน 30,000 บาท

Top 5 of Low Cost Camera

แนะนำกล้อง 5 รุ่น งบไม่เกิน 30,000 บาท

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ถึงแม้ว่าในปีนี้จะมีข่าวมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทย แต่สภาวะปัจจุบันเราสามารถอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี มีการดูแลตัวเองตลอดเวลา คุ้นชินกับการใช้ชีวิตแบบ New Normal และ social distancing เรายังสามารถเดินทางไปทำงาน ไปเรียน ไปช็อปปิ้ง และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ ซึ่งถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว การถ่ายรูปสวย ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ หรือโพสโชว์เพื่อนๆ ลงในโซเชียลมีเดียเพื่ออวดความสวยงามของสถานที่ที่ได้เดินทางไป มีสถานที่ใหม่ๆ ที่ไหนบ้าง มีอาหารร้านดังร้านไหนน่าทานบ้าง ดังนั้น นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องเตรียมไปแล้ว “กล้องถ่ายรูป” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ยังไม่มีกล้องประจำตัวคู่ใจ หรือกำลังลังเลว่าจะเลือกซื้อกล้องรุ่นไหนดี วันนี้ Allianz Assistance เรามีกล้องที่คุณภาพคุ้มเกินราคาในงบไม่เกิน 30,000 บาท เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหัดใช้งาน ไปจนถึงมือโปรที่ใช้กล้องเป็นอยู่แล้วมาให้เลือกดูกันทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้ค่ะ

1. FUJIFILM X-T200

FUJIFILM X-T200

กล้องรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นน้องเล็กแห่งตระกูล X series ของ Fujifilm ที่กำลังเป็นที่นิยมของเหล่าบรรดาฮิปสเตอร์ เป็นหนึ่งในกล้องที่เหมาะสำหรับมือใหม่ หรือผู้เริ่มต้นใช้งาน มีฟังก์ชันที่ครบมาก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวิดีโอ หรือจะไลฟ์สด ถือว่าใช้งานได้ดีเลยทีเดียว ถ้าจะพูดถึงราคา กล้องรุ่นนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20,000 กว่าบาทเท่านั้น โดยคุณสมบัติเด่นๆ ของกล้องจะมีดังนี้

• ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
• เซนเซอร์ APS-C CMOS
• ISO 200-12800
• จอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 2.76 ล้านพิกเซล
• ช่องมองภาพ EVF 0.39 นิ้ว ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล
• สามารถโฟกัสใบหน้าและดวงตาได้
• จุดโฟกัส Hybrid (Phase และ Contrast) 425 พิกเซล
• ความเร็วถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 8 ภาพ/วินาที
• สามารถถ่าย Video 4k 30p
• HDR Movie Mode แบบ Full HD
• 11 Film Simulation
• ขนาด 121×83.7×55.1 mm
• น้ำหนัก 370 กรัม

นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมีโหมด Portrait Enhancer ที่สามารถปรับได้ถึง 5 ระดับ ซึ่งเป็นโหมดที่สาวๆ ที่รักการถ่ายเซลฟีต้องชอบแน่นอน ถือได้ว่าเป็นกล้องที่เล็ก แต่คุณภาพและสเปคคุ้มค่ามากๆค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก: Zoomcamera

2. NIKON Z50

NIKON Z50

กล้อง mirrorless น้องเล็กของ Series Z ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึง ระดับมืออาชีพ ออกแบบให้น่าใช้งาน จับกระชับมือเป็นกล้องขนาดเล็กที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้รวดเร็ว ความสามารถหลัก คือ การถ่ายภาพด้วยความละเอียดถึง 21 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 11 ภาพต่อวินาทีเลยทีเดียว โดยมีระบบออโต้โฟกัสใบหน้าและดวงตาที่มีความแม่นยำและรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียด 4k อีกด้วยค่ะ คุณสมบัติอื่นๆ ของ Nikon Z50 มีดังนี้

• กล้อง mirrorless มาพร้อม Sensors ขนาด APS-C ความละเอียด 20mp
• หน่วยประมวลผล EXPEED 6
• รองรับการใช้งาน Z-Mount ทั้ง full frame/ APS-C
• ระบบ Focus แบบ PDAF พร้อมจุด Focus จำนวน 209 จุด
• Eye AF และ Face Detection
• รองรับการถ่ายต่อเนื่องสูงสุดที่ 11fps
• หน้าจอแบบ Flip Down ขนาด 3.0″ รองรับระบบ Touchscreen
• รองรับ Video 4K 30p แบบ no crop
• Video FHD 120p พร้อม Feature Slow motion 5x, 4x
• Video FHD 60p / 50p / 30p
• Mode Interval Shooting และ Time Lapse Movie
• สามารถทำ Live แบบ Clean HDMI
• รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมผ่าน Port 3.5 mm.
• เชื่อมต่อผ่าน WIFI , Bluetooth
• แบตเตอรี่ EN-EL25 พร้อมประจุ 1,125 mAh ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 300 ช็อต
• รองรับการชาร์จผ่าน USB (เมื่อปิดกล้องเท่านั้น)
• ใช้งาน SD card
• น้ำหนัก 395 กรัม (เฉพาะ Body)

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand และ Zoomcamera

3. SONY A6400

SONY A6400

กล้องจากค่าย SONY ที่มีถูกพัฒนามาจาก A6300 มีคุณภาพที่คุ้มเกินราคา 30,000 บาท สามารถตั้งค่า ISO ได้ถึง 32000 ช่วยให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี และสามารถกดถ่ายแบบ Burst ต่อเนื่องไฟล์ JPG สูงสุด 116 ภาพ และไฟล์ RAW สูงสุด 46 ภาพ รองรับโหมดการถ่ายภาพแบบ Time Lapse ด้วย คุณสมบัติโดยรวมของ SONY A6400 มีดังนี้

• เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด APS-C ชิปประมวลผล BIONZ X รุ่นล่าสุด ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
• ระบบโฟกัสแบบ 4D FOCUS จุดโฟกัส 425 จุด แบบ Phase Detection และ Contrast Detection โฟกัสเร็ว 0.02 วินาที
• ถ่ายได้ต่อเนื่อง 11 ภาพต่อวินาที (8 ภาพต่อวินาทีถ่าย Silent shutter)
• วิดิโอ 4K 30fps และ FHD 1080P 120fps
• รองรับไฟล์แบบ เบบ S-Log2, S-Log3 และ Hybrid Log-Gamma (HLG) เพื่อการปรับสีในงานวิดีโอ
• ช่องเสียบไมค์ภายนอก 3.5 mm
• เชื่อมต่อได้ด้วย Wifi, NFC
• ตัว Body กันละอองน้ำ ละอองฝุ่น
• แบตเตอรี่รุ่น NP-FW50 สามารถถ่ายภายได้ถึง 410 ภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand

4. SONY ZV-1

SONY ZV-1

กล้องคอมแพคไซส์เล็ก เน้นการใช้งานด้านวิดีโอ ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ ราคาอยู่ที่ 22,990 บาท มาพร้อมฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากๆ คือ Real-Time AF ที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Sony เท่านั้น โดยผสมผสานการทำงานกับระบบ AI จนทำให้ประสิทธิภาพการโฟกัสดีขึ้น แม่นยำขึ้น มาพร้อมกับฟังก์ชั่น Product Show Case ที่ใส่มาเป็นรุ่นแรก และ Background Defocus เอาไว้ปรับหน้าชัดหลังเบลอง่ายๆ เพียงกดแค่ 1 ครั้ง คุณสมบัติอื่นๆ ของ SONY ZV-1 มีดังนี้

• เซนเซอร์ Stacked CMOS ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล
• จำนวนจุดโฟกัส 315 จุดแบบ Phase Detection
• ระบบ Real Time Tracking (Touch Tracking, Animal EYE-AF และ Video Eye-AF)
• เลนส์ ZEISS® Vario-Sonnar T* 24-70mm f/1.8 – f/2.8 (รูรับแสงแคบสุด f/11 ตลอดช่วง)
• ND Filter
• หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้วความละเอียด 0.9216 ล้านพิกเซล
• ถ่ายภาพต่อเนื่อง 24 FPS
• วิดีโอ 4K HDR,
• มี HLG และ S-Log 3
• กันสั่นในตัวเลนส์ พร้อม 4K Active SteadyShot ที่กันสั่นดีกว่ารุ่นเก่าถึง 8 เท่า
• สามารถถ่ายวิดีโอแนวตั้งได้
• Interval Shooting
• ขนาด 105.4 x 60 x 44 mm.
• น้ำหนัก 294 กรัม

ขอบคุณข้อมูลจาก: thepeakfoto

5. FUJIFILM X-A7

FUJIFILM X-A7

กล้องซีรี่ส์ยอดนิยมจาก Fujifilm ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศไทย โดย X-A7 สามารถถ่ายภาพได้ละเอียดถึง 24 ล้านพิกเซล ทำให้มีรายละเอียดภาพระดับมืออาชีพ ซึ่งด้วยขนาดภาพที่ละเอียดมากๆ ก็สามารถนำมาปรับแต่งภาพได้เยอะ โดยที่ภาพไม่ถูกลดทอนคุณภาพลงเลย จุดเด่นของ Fujifilm X-A7 คือ มีขนาดจอภาพที่ใหญ่มากๆ ทำให้หน้าจอหรือคำสั่งต่างๆ สามารถเห็นได้ชัดเจนขึ้น และจุดเด่นอีกจุดที่สาย Portrait ต้องชอบมากๆ คือ skin tone และฟิลเตอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้หน้าเราเนียนใส ไร้ริวรอยแบบเป็นธรรมชาติ สมจริง ไม่หลอกตา ในส่วนของการถ่ายวิดีโอนั้น ก็สามารถถ่ายในความละเอียด 4k 30FPS ได้นานถึง 15 นาที เลยทีเดียว คุณสมบัติอื่นๆ ของ FUJIFILM X-A7 มีดังนี้

• Sensor ขนาด APS-C ความละเอียด 24 MP
• หน้าจอ LCD ขนาด 3.5” อัตราส่วน 16:9 รองรับระบบ Touchscreen
• หน้าจอรูปแบบใหม่ Vario Angle
• ติดตั้ง Joystick เพื่อควบคุมการทำงานแทน D-Pad
• อัตราการถ่ายต่อเนื่อง 6 fps ถ่าย Video ได้ที่ความละเอียด 4K
• น้ำหนักเบาเพียง 320 กรัม จับถนัดมือ มีความคล่องตัวสูง

ขอบคุณข้อมูลจาก: photoschoolthailand

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกล้องทั้ง 5 รุ่นที่ทางเราเลือกมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีข้อดี ข้อเด่นที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ฟีเจอร์ รูปทรง ขนาด และน้ำหนัก เพื่อนๆ สามารถเลือกดูรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการของเพื่อน ๆ กันได้เลยค่ะ

เมื่อซื้อกล้องหรือเลนส์ใหม่ทุกครั้ง อย่าลืมทำประกันภัยกล้องและเลนส์กับ Allianz Assistance นะคะ หมดกังวล หายห่วงกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น หรือค่าซ่อมแพงๆ เราส่งซ่อมกับทางศูนย์ผู้ผลิตโดยตรงให้เลยค่ะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเดินทางไปเที่ยวตั้งแคมป์ กางเต็นท์ ตะลุยป่า ไปภูเขา เที่ยวทะเล หรือจะไปคาเฟ่ชิคๆ ก็พกกล้องไป ไม่ต้องกลัวพัง คุ้มค่ามากกับราคาเบี้ยประกันเพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น ไม่มีเบี้ยประกันรายปี จ่ายแค่ครั้งเดียว คุ้มครองนานสูงสุดถึง 3 ปีเต็มเลยค่ะ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

Continue Reading
notebook ขายดี

แนะนำ Notebook 4 รุ่น ขายดี! สำหรับ Work From Home

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นนี้ ชีวิตการทำงานของเราได้เปลี่ยนไปมาก หลายท่านในบางอาชีพได้มีโอกาสทำงานกันที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งการ work from home นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป บางท่านอาจจะกำลังมองหา Notebook คู่ใจเครื่องใหม่ที่สเปคตรงใจ สามารถพกพาไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ แล้วยังโชว์ความเท่ห์ ทันสมัยกันได้อีก ซึ่งในตลาดของ Notebook ตอนนี้ มีออกมาหลากหลายรุ่น หลายแบรนด์ ให้เราได้เลือกซื้อเพื่อให้เหมาะกับการทำงาน หรือไลฟ์สไตล์ของเรากันค่ะ

บทความนี้ Allianz Assistance จะพาคุณไปพบกับ Notebook หลากหลายรุ่นกันค่ะ มาดูว่ารุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานประเภทไหน เผื่อว่าจะตรงใจคุณ อ่านจบแล้วจะได้ออกไปหาซื้อมาใช้กันเลยค่ะ ถ้าหากซื้อ Notebook แล้ว อย่าลืม! ซื้อประกัน Notebook กับ Allianz Assistance ไว้ด้วยนะคะ อุ่นใจได้ตลอดเวลาค่ะ : )

หากคุณไม่ได้ต้องการซื้อ Notebook มาเพื่อเน้นเฉพาะการเล่นเกมส์อย่างเดียวเท่านั้น Notebook ประเภท Ultrabook อาจเป็นหนึ่งในคำตอบของคุณ เนื่องจากจุดเด่นของ Ultrabook คือ มีน้ำหนักเบา บาง พกพาสะดวก มีแบตเตอรี่ที่คงทน และสเปคที่เหมาะกับการใช้ทำงาน หรือแม้แต่จะเล่นเกมส์เบาๆ ก็ได้สบายๆ เลยค่ะ Ultrabook ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

Acer Swift 5

Acer Swift 5

สำหรับ Acer Swift 5 รุ่นล่าสุดนี้ มีน้ำหนักเพียงแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น และบางเฉียบเพียง 14.95 มิลลิเมตร เท่านั้น มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ คือ การเคลือบสาร Antimicrobial สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียบนตัวเครื่องรวมไปถึงบนหน้าจอได้ ใช้ชิปประมวลผล intel Gen 11 ซึ่งเป็น Gen ล่าสุด มีพื้นที่เก็บข้อมูลถึง 512GB เป็น SSD รูปแบบ M.2 ในส่วนของแรมนั้น มีมาให้มากถึง 16GB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมด้วย Window 10 ในเครื่องพร้อมโปรแกรม Office home & Student 2019 มาให้ใช้งานกันฟรีๆ ค่ะ

Macbook Air M1

Macbook Air M1

สำหรับสาวกผลไม้ หรือสายงานที่เกี่ยวข้องกับการทำกราฟิกดีไซน์ การเลือกใช้ Macbook Air ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีทีเดียว ทันสมัย เหมาะกับการใช้งานมากค่ะ โดยเฉพาะ Macbook Air รุ่นล่าสุดที่ทางแบรนด์ Apple ใช้ชิปประมวลผล Apple M1 ที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งทำให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นมาก สามารถใช้งานต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล ถึงแม้ว่าจะมาพร้อม RAM แค่ 8GB ก็ตาม (สามารถเพิ่มได้) เสียงรบกวนจากการทำงานก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นซึ่งสามารถฟังเพลง ท่องเว็บโดยการเชื่อมต่อ Wifi ได้นานถึง 15 ชั่วโมง โดยที่ยังคงมีความบาง และน้ำหนักเท่าเดิม คือ บาง 4.1 มิลลิเมตร และหนัก 1.29 กิโลกรัม เท่านั้น (ในรุ่นพื้นฐาน) นอกจากนี้ จากสถิติที่ลูกค้ามาซื้อประกัน Macbook กับทาง Allianz Assistance ในช่วงนี้ ถือได้ว่า Macbook Air M1 ขายดีมากๆ เลยทีเดียวค่ะ

Lenovo YOGA Slim 7

Lenovo YOGA Slim 7

Yoga Slim 7 เป็นอีกรุ่นที่ขายดีมากในประเทศไทย เนื่องจากมีสเปคที่คุ้มค่ากับราคาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชิปประมวลผล AMD ryzen 4000 series พร้อมกับการ์ดจอ Radeon RX Vega และ RAM 16GB วัสดุที่ใช้เป็นโลหะทั้งเครื่อง ส่วนตัวแบตเตอรี่นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 14 ชั่วโมง และมีเทคโนโลยี Rapid Charge Pro ที่สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ปิดเครื่องหรืออยู่ในโหมดสแตนบาย ในส่วนของน้ำหนักเครื่องจะอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัม และมีความบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร

Asus Zenbook 14 Ultralight UX435

Asus Zenbook 14 Ultralight UX435

Notebook อีกรุ่นที่ได้รับความนิยมอีกทั้งยังมีน้ำหนักแค่ประมาณ 1 กิโลกรัมเท่านั้น บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร ใช้ชิปประมวลผล intel gen 11 ซึ่งมี 2 รุ่นให้เลือก คือ i5 กับ i7 ในส่วนของการ์ดจอก็สามารถเพิ่ม Nvdia GeForce MX450 แทน onboard ได้เช่นกัน Asus Zenbook 14 Ultralight UX435 มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือจะมีปุ่มกดตัวเลข Num Pad แบบ LED เรืองแสงที่ Touchpad ซึ่งจะมีซอฟต์แวร์ควบคุมให้สามารถใช้งานทั้ง Touchpad และ Num Pad พร้อมกันได้ด้วยค่ะ

Notebook รุ่นที่เรานำเสนอในบทความนี้ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 40,000 บาทเท่านั้นค่ะ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยสำหรับสเปค และเทคโนโลยีที่ได้รับ พร้อมความเบาบาง สะดวกสบายในการพกพาค่ะ

ใครที่ตัดสินใจซื้อ Notebook คู่ใจซักเครื่องแล้ว ก็อย่าลืมซื้อประกันจาก Allianz Assistance* เพื่อคุ้มครองเจ้าคู่หูของเราจากไปก่อนวัยอันควรจากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น ตกน้ำ ตกกระแทก ไฟฟ้าลัดวงจร หรือถูกโจรกรรมในที่พัก ซึ่งความคุ้มครองเหล่านี้ทาง Allianz Assistance ก็ให้ความคุ้มครองสูงถึง 3 ปีเต็ม อิ่มๆ กันไปเลยทีเดียวค่ะ

*จ่ายค่าเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียวรับความคุ้มครองสูงสุดถึง 3 ปี (ไม่ต้องจ่ายรายปี) เพียง 8% ของราคาสินค้าเท่านั้น
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก :
www.asus.com
www.lenovo.com
www.acer.com
www.apple.com

Continue Reading
Gamer Notebook

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์ยุค 2020

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คสำหรับเกมเมอร์ยุค 2020

Acer Nitro 5 AN515-55-517 N

เมื่อพูดถึงโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง หลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง Acer Predator แต่ถึงแม้จะเป็นรุ่นต่ำสุดก็แอบมีราคาที่สูงไม่ใช่น้อยเลย แต่ถ้ายอมขยับงบในกระเป๋าลงมาซักหน่อยก็จะได้โน้ตบุ๊คอีกตัวที่สเปกไม่แพ้รุ่นพี่เพชรฆาต Predator เลย นั้นก็คือ Acer Nitro 5 รุ่น AN515-55-517N ที่มาพร้อมสเปกสุดล้ำ ลื่น เร็ว ไม่มีสะดุด จอสีสวยคมชัดทุกการเคลื่อนไหว ตัวเครื่องสี Obsidian Black มันวาวสวยงาม

รุ่น AN515-55-517 N
ราคา 35,900 บาท
สเปก Intel Core i5-10300 H
หน้าจอ ขนาด 15.6 นิ้ว ขอบจอ บางความละเอียด Full HD และพาเนลแบบ IPS ให้สีสวยคมชัดทุกมุมมอง พร้อม Refresh Rate ถึง 144Hz
การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 2060 6GB GDDR6
คีย์บอร์ด Full Size พร้อมไฟ RGB สเปกเกมมิ่งแบบจัดเต็ม
แรม 16 GB DDR4 (1x 16GB)
ฮาร์ดดิสก์ 512GB PCIe NVMe M.2 SSD
ระบบเสียง ระบบเสียง DTS® X:Ultra Audio & Acer True Harmony
ระบบปฏิบัติการ มาพร้อม Windows 10 Home (64-bit) ในตัว
พอร์ทเชื่อมต่อ ·     USB 3.2 ทั้ง Gen 1 และ Gen 2

·     USB Type C

·     HDMI / Audio Jack แบบ Combo

เป็นไงกันบ้างคะ ถูกใจเหล่าเกมเมอร์รึเปล่า มันต้องถูกใจแน่นอนอยู่แล้ว เพราะสเปกจัดหนัก จัดเต็มแบบนี้ จะเล่นกี่เกมส์ นานแค่ไหน เจ้า Acer Nitro 5 AN515-55-517 N ก็เอาอยู่แน่นอน สเปกแจ่ม ภาพคม คีย์บอร์ดสวย คุ้มราคาสุด ๆ

ให้ Allianz Xtend เป็นผู้ช่วยดูแลโน้ตบุ๊คสุดรักสุดหวงของคุณนะคะ จ่ายเพียงแค่ 8% ของราคาโน้ตบุ๊คครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ เราคุ้มครองถึงปีที่ 3 เลย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากน้ำ ตกหล่นเสียหาย ไฟฟ้าลัดวงจร ฟ้าผ่า ไฟไหม้ และ ถูกโจรกรรมในที่พักอาศัย อุ่นใจหายห่วงไร้กังวล

สนใจทำประกันโน๊ตบุ๊ค คลิกเลย

Continue Reading
5-features-samsung-note-20

5 จุดเด่น ของ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra

5 จุดเด่น ของ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra

พึ่งเปิดตัวกันไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับ Samsung Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra จากค่ายยักษ์ใหญ่แดนกิมจิ มาพร้อมคุณสมบัติและสเปคสุดล้ำ เปรียบเสมือนนำเอาคอมพิวเตอร์มาพกติดตัวไว้กับคุณเลยก็ว่าได้ ถือเป็นมือถือที่เหมาะสำหรับการทำงานมากๆ

รุ่นและสเปคที่นำมาขาย

Samsung Galaxy Note 20

รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 29,900 บาท
รุ่น 5G RAM 8GB + ROM 256 GB ราคา 33,900 บาท

Samsung Galaxy Note 20 Ultra

รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 256 GB ราคา 38,900 บาท
รุ่น LTE RAM 8 GB + ROM 512 GB ราคา 42,900 บาท
รุ่น 5G RAM 12 GB + ROM 256 GB ราคา 42,900 บาท
รุ่น 5G RAM 12 GB + ROM 512 GB ราคา 46,900 บาท

เรามาดูจุดเด่นทั้ง 5 จุดกัน

• ดีไซน์และสีสันสุดเก๋
– Note 20 มาพร้อมสีให้เลือกสรร ถึง 3 สีคือ สี Mystic Bronze สี Mystic Green และ สี Mystic Grey หน้าจอเป็นลักษณะ Flat Screen ไม่มีรอยโค้ง วัสดุเป็น Gorilla Glass 5 ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบมือถือจอโค้ง
– Note 20 Ultra ใช้วัสดุเป็น Gorilla Glass 7 ทั้งด้านหน้าและหลังเป็นตัวแรกของโลก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Mystic Bronze ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหรา ทนทานและไม่ก่อให้เกิดรอยนิ้วมือ และสี Mystic Black ที่ใช้เป็นวัสดุแบบมันวาวราวกระจก ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
รวมถึงช่องใส่ S Pen ก็ได้ถูกย้ายไปอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่องอีกด้วย
• หน้าจอสุดว้าว
– สำหรับตัว Note 20 หน้าจอ Super AMOLED Plus ขนาด 6.7 นิ้ว แสดงผลแบบ FHD+ เฟรมเรท 60 Hz
– และตัว Note 20 Ultra หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว สีสันสดใส ที่รองรับค่ารีเฟรชเรทได้สูงถึง 120 Hz
• อัพเกรดคุณภาพกล้อง
– กล้องหน้าของทั้งสองรุ่นมีความชัดถึง 10 ล้านพิกเซล ชัดมาก คุณภาพสุดๆ
– กล้องหลังของ Note 20 เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลโฟโต้ 64 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบไฮบริดได้ 3 เท่า และแบบดิจิตอลได้ถึง 30 เท่า
– กล้องหลังของ Note 20 Ultra เลนส์หลัก 108 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra-Wide 12 ล้านพิกเซล เลนส์เทเลโฟโต้ 12 ล้านพิกเซล สามารถซูมแบบไฮบริดได้ 5 เท่า และแบบดิจิตอลได้สูงถึง 50 เท่า มาพร้อม Laser AE ที่ทำให้จับโฟกัสได้ไวมากขึ้น สุดท้ายยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 8K อีกด้วย
• Wireless DEX
การทำงานในโหมด Desktop ที่รุ่นนี้พัฒนาให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม หรือ Dock อีกต่อไป มาพร้อมกับ Dual Mode ทำให้เราสามารถใช้มือถือ และหน้าจอแยกกันได้อย่างอิสระแม้จะต่อ DEX อยู่
• ปากกา S Pen อัพเกรดใหม่
S Pen รุ่นใหม่นี้พัฒนามาให้เขียนง่าย เขียนลื่นกว่าเดิม เนื่องจากมีค่าความหน่วงที่ลดลงมาก ทำให้เหมือนเขียนอยู่บนกระดาษจริงๆ พร้อมทั้งเพิ่ม Air Action ใหม่ๆ สำหรับใช้ควบคุมมือถือแม้ว่าจะต่อ DEX Mode เพื่อพรีเซนเทชั่นได้สะดวกกว่าเดิม

Samsung Galaxy Note 20

นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับโทรศัพท์มือถือในยุคที่มีการทำงานไม่จำกัดอยู่แค่สถานที่เดียว เพราะเพียงแค่ถือเจ้า Note 20 ตัวนี้ติดตัวไปด้วย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมอ แล้วจะดีแค่ไหนกันถ้าเราจะทำประกันเพิ่มให้มือถือของเรา เพราะเวลาพลาดทำตกแล้วต้องซ่อมแต่ละครั้งราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ดีไม่ดีก็เกือบครึ่งของราคามือถือสุดที่รักของเราเลย เผลอๆ อาจจะแพงกว่าซะอีก แต่ถ้าหากทำประกันมือถือของ Allianz Xtend เราจ่ายครั้งเดียวแค่ 8% ของราคามือถือ ก็คุ้มครองยาวๆ ไปเลยอุบัติเหตุ 1 ปี คุ้มครองต่อจากผู้ผลิตอีก 1 ปี ปลอดภัย สบายกระเป๋า แม้จะเกิดเหตุไม่คาดฝันก็ตาม

Continue Reading
ซื้อเลย

This is a unique website which will require a more modern browser to work!

Please upgrade today!